เจอพระพุทธรูปโบราณอายุกว่า 600 ปี ลอยน้ำมา เก็บไว้เป็นปี อยากคืนไว้เป็นสมบัติของชาติ!

ชาวบ้านปทุมธานีพบพระพุทธรูปโบราณ “ปางห้ามสมุทร” ลอยน้ำมา คาดว่าน่าจะมีอายุหลายร้อยปี รอทางกรมการศาสนามาตรวจสอบ อยากคืนวไว้เป็นสมบัติของชาติ

ร.ต.อ.กันตศักดิ์ คงประเสริฐ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ได้รับแจ้ง นายปรีชา อายุ 48 ปี ว่า พบพระพุทธรูปโบราณ ปางห้ามสมุทร อายุประมาณ 600 ปี ซึ่งลอยน้ำมา จึงอยากจะคืนเป็นสมบัติชาติ โดยพระพุทธรูปที่พบอยู่บริเวณชุมชนวัดรังสิต ซอยเอกบูรพา 8 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการสอบถาม นายปรีชา เปิดเผยว่า ตนทำงานเป็นคนทำความสะอาดบริเวณคลองบำบัดน้ำเสียรอบหมู่บ้านเมืองเอก บังเอิญได้พบพระพุทธรูปตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่เดินผ่านจุดที่พบ เห็นอะไรไม่รู้เลื่อมๆ จมอยู่ในน้ำ เลยเดินลงไปดู

ก็เห็นเป็นพระพุทธรูป ปางห้ามสมุทร จึงได้อุ้มขึ้นมา แต่ด้วยความตกใจเลยมาเก็บไว้ที่บ้าน เพราะไม่รู้ใครขโมยมาแล้วมาซ่อนเอาไว้ในน้ำหรือไม่ แต่ในวันนี้ ตนคิดว่าตงถึงเวลาแล้วที่จะคืนพระพุทธรูปให้กับเจ้าของเ จึงได้โทรแจ้งไปยัง 191 และบอกประธานหมู่บ้านได้ทราบ

ขณะที่ ร.ต.ท.กันตศักดิ์ ร้อยเวรสอบสวน ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ และได้กล่าวว่า พระดังกล่าวต้องรอให้ทางกรมการศาสนามาตรวจสอบว่าเป็นพระพุทธรูปที่วัดไหนแจ้งหายหรือไม่ เพื่อจะได้ทำคืนสู่วัดที่เคยแจ้งหายไว้ต่อไป

พระพุทธรูป ปางห้ามสมุทร เป็นพระพุทธรูปในอิริยาบถยืน พระหัตถ์ทั้งสองข้างยกขึ้นเสมอพระอุระ (อก) ตั้งฝ่าพระหัตถ์ยื่นออกไปข้างหน้า เป็นกิริยาห้าม ประวัติความเป็นมาของพระพุทธรูปปางนี้มีว่า

พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงจำพรรษา ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ครั้นออกพรรษาแล้ว ได้เสด็จจาริกจากอิสิปตนมฤคทายวันในวันปาฏิบท คือ วันแรม 1 ค่ำ เสด็จย้อนไปยังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ซึ่งเป็นตำบลที่ตรัสรู้ มุ่งจะเสด็จไปโปรดชฎิล (นักพรตจำพวกหนึ่งมีผมมุ่นเป็นชฎา) 1,000 คน ซึ่งตั้งสำนักอยู่ในตำบลนั้น

ชฎิลเหล่านั้น มีหัวหน้าอยู่ 3 คน ชื่อ อุรุเวลกัสสปะ คนหนึ่ง มีบริวาร 500 คน ตั้งสำนักอยู่ตำบลหนึ่ง น้องคนที่สองชื่อว่า นทีกัสสปะ มีบริวาร 300 คน ตั้งอาศรมพำนักอยู่ถัดไปอีกแห่งหนึ่ง น้องคนสุดท้องชื่อว่า คยากัสสปะ มีบริวาร 200 คน ตั้งสำนักอยู่แห่งหนึ่งในที่ถัดไป

พระพุทธเจ้าได้เสด็จไปยังสำนักของอุรุเวลกัสสปะก่อน ได้ตรัสขออาศัยพัก ตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่กับอุรุเวลกัสสปะ พระองค์ได้ทรงใช้วิธีอิทธิปาฏิ หาริย์ แสดงฤทธิ์ต่าง ๆ และอาเทสนาปา ฏิหาริย์ แสดงวิธีดักใจต่าง ๆ

เพื่อพิสูจน์ให้เหล่าชฎิลเห็นว่า คุณธรรมต่าง ๆ ที่พวกชฎิลถือว่าพวกของตนมีอยู่และเป็นของวิเศษนั้น ความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ และให้หายจากความสำคัญตนผิดว่าเป็นพระอรหันต์ จนในที่สุด อุรุเวลกัสสปะคลายจากความสำคัญผิดและทูลขออุปสมบท

ขอบคุณข้อมูลจาก : Sanook, Wikipedia

 
  • TAGS